Search Product(s)

ซอฟท์เทนนิส

กติกา สนาม

กีฬาซอฟท์เทนนิส เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2413 ในประเทศญี่ปุ่น โดยดัดแปลงมาจาก กีฬาเทนนิส ซึ่งชาวยุโรปริเริ่มขึ้น ซอฟท์เทนนิสเป็นกีฬาที่ชาวญี่ปุ่นนิยมเล่นกันมาก และ ต่อมาได้ แพร่หลาย ในหลายประเทศ ทั้งในประเทศเกาหลี ไต้หวัน อเมริกา บราซิล ฟิลิปปินส์  แซร์ สาธารณ รัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน เป็นต้น การแข่งขันซอฟท์เทนนิสชิงแชมป์โลก เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกใน ปีพ.ศ.2518 และได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกสองปี พ.ศ.2529 มีการก่อตั้ง สหพันธ์ซอฟท์เทนนิส แห่งเอเชียขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเผยแพร่กีฬาซอฟท์เทนนิสให้แพร่หลายยิ่งขึ้น กีฬาซอฟท์เทนนิส คล้ายกับ เทนนิส แต่จะใช้ลูกบอลยางเนื้อนุ่มและแร็กเกตที่เบากว่า ทำให้ผู้เล่นสามารถตีลูกได้อย่าง สบายๆ มักนิยมเล่นคู่มากกว่าเล่นเดี่ยว การเล่นจะต้องอาศัยทั้งทักษะของผู้เล่น พละกำลังที่แข็งแรง สมาธิ และความร่วมมือของคู่เล่น สำหรับ การแข่งขันมักเป็นประเภทคู่ หรือ อาจแข่งประเภททีม จึงจะประกอบ ด้วยคู่แข่งขันหลายคู่ก็ได้
 



ปีพ.ศ.2532  กีฬาซอฟท์เทนนิสเริ่มเข้ามาในประเทศไทย  โดยทางสมาพันธ์ซอฟท์เทนนิสแห่งเอเชีย ซึ่งมีที่ตั้งสำนักงานที่ประเทศญี่ปุ่น นำกีฬานี่มาเผยแพร่ โดยผ่านทางคณะกรรมการ กีฬาโอลิมปิคแห่งประเทศไทย  และ สำนักงานกีฬาทหารได้ร่วมกันจัดตั้งชมรมซอฟท์เทนนิส (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสมาคม ซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย)  เพื่อเป็นองค์กรในการเผยแพร่กีฬาซอฟท์เทนนิสภายในประเทศไทย  โดยมี พ.อ.กุศล  อิศรางกูล ณ อยุธยา เป็นประธานชมรม พร้อมกันนั้นได้ร่วมมือกับ กรมพลศึกษาสาธิตแนะนำแจกอุปกรณ์กีฬาซอฟท์เทนนิส แก่วิทยาลัยพลศึกษาต่างๆ เพื่อเป็นการเผยแพร่กีฬาประเภทนี้ ประธาน ซอฟท์เทนนิสญี่ปุ่นได้มีหนังสือให้ บริษัทโตชิบา ดิสเพลย์ประเทศไทย เป็น ผู้อำนวยการ ความสะดวกต่างๆ ในช่วงที่นักกีฬา และ เจ้าหน้าที่ ของประเทศญี่ปุ่น พำนักอยู่ในประเทศไทย ทางด้านการพัฒนาฝีมือ ของนักกีฬา และ ผู้ที่สนใจในระยะแรกนั้น  ทางชมรมซอฟท์เทนนิสได้จัด ใด้มีการแข่งขันชิงแชมป์ แห่งประเทศไทย ซึ่ง มีนักกีฬา ที่มาจากการฝึกเทนนิสกว่า 30 คน มาร่วมการแข่งขัน และ ทางชมรมยังได้ส่งนักกีฬา ไปร่วมการแข่งขันชิงชนะเลิศที่ นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง นับเป็น การเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศในนามทีมชาติไทย เป็นครั้งแรก สำหรับ กีฬาซอฟท์เทนนิส เมื่อปี พ.ศ.2532

ปีพ.ศ.2533 ทางชมรมได้จัดให้มีการแข่งขันซอฟท์เทนนิสชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 ร่วมส่งนักกีฬาแข่งขันในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่11 ซึ่ง กีฬา ซอฟท์เทนนิสได้บรรจุเข้าในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์เป็นครั้งแรก

ปีพ.ศ.2534   การแข่งขันซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย  ได้งดมาจนถึงปัจจุบัน สาเหตุ คือ การขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ซึ่งทางชมรมต้องพึ่งพาจากต่างประเทศ ทำให้มีไม่มีการขยายจำนวนผู้เล่นและผู้สนใจแต่ทางชมรมได้ร่วมส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันในรายการชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศเกาหลี

ปีพ.ศ.2535  ทางชมรมได้ให้ นายเพชร บำรุงชีพ  ผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัท โตชิบา ดีสเพลย์  ซึ่งเกี่ยวข้องกับ กีฬาซอฟท์เทนนิสในภาคเอกชน มา ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการชมรม และ ปลายปีทางชมรม ได้ร่วมแข่งขันรายการซอฟท์เทนนิสชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 2 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

ปีพ.ศ.2536  ถือได้ว่าเป็นปีที่ประสบผลสำเร็จที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งชมรมมา เนื่องจากทางชมรมได้ร่วมแข่งขันในรายการเวิลด์คัพ แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่10 ที่เมือง ฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น สามารถสร้างชื่อเสียง ให้แก่ประเทศไทย และ ทำให้ต่างชาติยอมรับนักกีฬาซอฟท์เทนนิส จากประเทศไทย  โดยสามารถคว้าเหรียญทองแดง ได้อันดับที่ 3 จากประเภทหญิงเดี่ยว ประเภทคู่หญิง ได้อันดับที่ 5 ประเภทชายเดี่ยว ได้อันดับที่  5 ส่วนประเภทชายคู่ ชนะเลิศ ในกลุ่มคอนโซลเรชั่น(กลุ่มผู้แพ้) โดยในการแข่งขันครั้งนี้มีจำนวนชาติทั้งหมด 19 ชาติ ทั่วโลก

ปีพ.ศ.2537  ทางชมรมได้จดทะเบียนเป็นสมาคมใช้ชื่อว่า สมาคมซอฟท์เทนนิส เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2537 โดย นายเพชร  บำรุงชีพ  เป็นนายกสมาคม คนแรก และ ได้ร่วมแข่งขัน ในรายการ บางกอกอินวิเตชั่น และสิงคโปร์ โอเพ่น  เพื่อ เตรียมทีมนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ และ เข้าร่วมแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์  ครั้งที่ 12 ที่เมืองฮิโรชิมา  ประเทศญี่ปุ่น   ผลการแข่งขันประเภทชายคู่  ได้อันดับที่ 5 และประเภทหญิงคู่ ได้อับดับที่ 7

ปีพ.ศ.2538  เนื่องจากนักกีฬาเก่าที่ทางสมาคมมีอยู่เริ่มมีอายุมากขึ้น  ดังนั้น ทางสมาคมจึงมีโครงการเตรียมทีมนักกีฬาเยาวชน  โดยคัดเลือกจากนักกีฬาเทนนิส หรือ ผู้ที่สนใจที่มีอายุน้อย มาทำการฝึกซ้อม  สมาคมได้ร่วมกับสมาพันธ์ซอฟท์เทนนิสแห่งเอเชีย  และกรมพลศึกษา  จัดอบรมผู้ฝึกสอนนักกีฬาซอฟท์เทนนิส  โดยเชิญอาจารย์จากวิทยาลัยพลศึกษาทั่วประเทศ ผู้ที่สนใจเข้าอบรม  เพื่อเพิ่มความรู้และเผยแพร่กีฬาซอฟท์เทนนิสให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ปีพ.ศ.2539   สมาคมได้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารตามวาระเป็นครั้งแรก  โดย ดร.จักรชัย อุ่นใจ  ได้รับเลือกตั้ง เป็นนายกสมาคม และ ในปีเดียวกัน สมาคม ซอฟท์เทนนิส ได้รับ เกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมกับ  การกีฬาแห่งประเทศไทยได้จัดการแข่งขันซอฟท์เทนนิสชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย  ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่  2 – 8 พฤศจิกายน 2539  ที่สนามกีฬาหัวหมาก  มีประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน 18 ประเทศ  ผลการแข่งขันเป็นดังนี้  ประเภทชายเดี่ยว ได้อันดับที่ 2 (กลุ่มผู้แพ้) ประเภทหญิงเดี่ยว ได้อันดับที่ 3 (กลุ่มผู้แพ้) ประเภทชายคู่ได้อันดับที่ 4 (กลุ่มผู้แพ้) ประเภทหญิงคู่ได้อันดับที่ 3 (กลุ่มผู้แพ้) ประเภททีมชายได้อันดับที่ 2 (กลุ่มผู้แพ้) ประเภททีมหญิงได้อันดับที่ 3 (กลุ่มผู้แพ้)

ปี พ.ศ. 2540 ดร.จักรชัย อุ่นใจ ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมและสมาคมได้จัดประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่  เมื่อเดือนเมษายน 2540 ซึ่งคณะกรรมการบริหารประกอบด้วย


นายกำธร     

อินทรพิชัย

นายกสมาคม

นายพิพัฒน์

ตั้งอิทิพลากร

อุปนายก

นายคงศักดิ์

เจริญรักษ์  

อุปนายก

นายชัยวิทย์

จิตเมตตา

อุปนายก

นายวินัย

ศุภพิพัฒน์

เลขาธิการ

นางเฉลียวศรี

ฉิมวงษ์

ผู้ช่วยเลขาธิการ

นางนราภรณ์

โรจนสกุล

เหรัญญิก

นายประเสริฐ

ศรีสืบ

วิเทศสัมพันธ์

นายปราชญ์

ไชยคำ

ประชาสัมพันธ์

นายเดชา         

เศวตศิโรรัตน์

นายทะเบียน

นางสาวจันทร

พิมพ์สกุล

ปฏิคม

นายสุเมธ

มุกดาพิทักษ์

กรรมการ

นายพัฒนาเศรษฐ์

จังคศิริ

กรรมการ

นายเฉลิมชัย

บุญรักษ์

กรรมการ


        ภายใต้การบริหาร ของคณะกรรมการ ชุดปัจจุบันได้ทำการปรับปรุงข้อบังคับสมาคม และ ย้ายที่ตั้งสำนักงานสมาคมที่การกีฬาแห่งประเทศไทย  สนามกีฬา หัวหมาก ทั้งนี้   เพื่อให้การบริหารกีฬาสอดคล้องรองรับกับพระราชบัญญัติการกีฬาฯและเอื้อต่อการปฏิบัติในการส่งเสริมพัฒนากีฬาซอฟท์เทนนิสทั้งส่วนกลาง และภูมิภาค  ในช่วงที่ผ่านมา สมาคมได้ส่งทีมนักกีฬาชายร่วมการแข่งขันที่ประเทศไต้หวัน  ในรายการ  CHINESS TAYPE SOFT TENIS CHAMPIONSHIP 1997 เมื่อเดือนมิถุนายน ผลการแข่งขันศึกษาดูงานการจัดการแข่งขัน ที่ประเทศญี่ปุ่น ในรายการ INTER CITY TOURANAMENT ALL JAPAN 1998 เมื่อเดือนเมษายน  นอกจากนั้นสมาคมได้จัดการอบรมผู้ฝึกสอน  ผู้ตัดสิน และ จัดการแข่งขัน ซอฟท์เทนนิส พัฒนาฝีมือประจำเดือนตลอดปีเพื่อเตรียมการบุคลากรและนักกีฬาร่วมการ แข่งขันเอเชี่ยนเกมส์  ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปลายปี 2541  ซึ่ง เป็น ภารกิจที่หนักมาก เนื่องจากในรอบปีแรกสมาคมไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐแต่อย่างไรก็ดี สมาคมได้พยายามจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเผยแพร่ และ พัฒนาบุคลากรด้านกีฬาซอฟท์เทนนิสอยู่ตลอดเวลา


Back to Top